สมาชิกเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam นักข่าวสายทหาร ได้โพสต์เรื่องเกี่ยวกับ เขื่อนดักตะกอนเขมร ที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อผืนแผ่นดินไทยโดยมีเนื้อหาอยู่ว่า
“ผบ.ฉก.นย.182 ” อัพเดท สถานะภาพ เขื่อนดักตะกอน เกาะกง เขมร หยุดขุดทำลายแล้ว หลังทำลายไปแค่127ม. ยังเหลือฐานรากในทะเล สูง ยังกั้นน้ำตะกอน
ส่งผล ชายหาด หาย กว่า 3,000 ตรม. ขณะชายหาดฝั่งเขมร งอกเพิ่ม กว่า 30,000 ตรม. เผย ยังต้องรอกระบวนการพูดคุย จะนะเบิดทิ้ง ได้หรือไม่
พลเรือตรี พันณรงค์ ยุทธวงศ์ เลขานุการกองทัพเรือ นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกองป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.)
โดยมี”ผู้พันไข่“นาวาโท คุณวุฒิ รุ่งรัศมี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน 182 (ผบ.ฉก.นย.182) ที่ดูแล จุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่จังหวัดตราด ใกล้พื้นที่หลักเขตที่ 73 หลักเขตสุดท้ายก่อนลงสู่ทะเล
สรุปสถานการณ์ชายแดนล่าสุดว่า หลังเหตุการณ์ปะทะ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เอกชน ในฝั่งกัมพูชา บริเวณพื้นที่เกาะกง ได้ขุดรื้อเขื่อนดักตะกอนที่สร้างล้ำในทะเล โดย ใช้รถแบคโฮขุดทำลายออกไปเพียง 127 เมตร
ทาง กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือได้ให้ข้อมูลว่า หากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศตามความเหมาะสม ต้องขุดลึกลงไปจากแนวสันเขื่อนเดิมประมาณ 3 เมตร
จนถึงขณะนี้ทางฝ่ายกัมพูชา ยังไม่ได้ดำเนินการขุดลึก ทำลายลงไปจนถึงฐานรากฃ ทำให้สภาพพิ้นที่ปัจจุบัน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบที่ควรจะเป็น และปัญหายังคงอยู่เหมือนเดิม จึงต้องรอจนกว่าจะมีการเจรจาร่วมกันอีกครั้ง
โดยพบว่าเขื่อนดักตะกอนที่ภาคเอกชนกัมพูชาเจ้าของรีสอร์ท ได้รื้อทำลายไปเพียง 127 เมตร และรื้อไปเฉพาะด้านบนส่วนฐานด้านล่างซึ่งเป็นหินยังไม่ได้มีการรื้อทำลาย ส่งผลให้ดินตะกอนไม่สามารถเข้าสู่ชายหาดฝั่งไทยได้ เนื่องจากจะต้องมีระดับน้ำทะเลสูงมากกว่า 2.6 เมตร จึงจะท่วมสูงกว่าฐานราก
ดังนั้นจึงทำให้ชายหาดฝั่งไทย เว้าหายเป็นพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ขณะที่ฝั่งกัมพูชา มีชายหาด มีแผ่นดินเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 ตารางเมตร
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายกัมพูชายุติการขุดแล้ว โดยไม่ได้แจ้งว่าจะทำยังไงต่อไปดังนั้นก็ต้องรอการเจรจาอีกครั้ง
ทั้งนี้ พบว่าฐานรากของเขื่อนดักตะกอนนั้นเป็นหิน หากจะทำลายก็ต้องใช้ระเบิดขนาดใหญ่

