ความเคลื่อนไหวสำคัญทางการเมืองของ เมียนมา เมื่อสภาผู้แทนราษฎรภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร มีมติเลือก มิน อ่อง หล่าย ผู้นำกองทัพและผู้ก่อรัฐประหาร ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีแบบไร้เสียงคัดค้าน
การแต่งตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเต็มตัว โดยคาดว่ารัฐสภาจะลงมติเลือกผู้นำสูงสุดในวันอังคารนี้ ตามกระบวนการภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2008
ทั้งนี้ ระบบการเลือกประธานาธิบดีของเมียนมา จะมีผู้แทนจาก 3 กลุ่ม ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และตัวแทนกองทัพ เสนอชื่อรองประธานาธิบดี ก่อนลงมติเลือกผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดขึ้นเป็นประธานาธิบดี
ขณะเดียวกัน ได้มีการปรับโครงสร้างอำนาจในกองทัพครั้งใหญ่ โดย เย วิน อู อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองและคนสนิทใกล้ชิดของมิน อ่อง หล่าย ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ แทนที่ผู้นำคนเดิมที่เตรียมก้าวสู่ตำแหน่งทางการเมือง
นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้ง จ่อ สวา ลิน เป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ โก โก อู เป็นเสนาธิการทหารสูงสุด ดูแลเหล่าทัพทั้งบก เรือ และอากาศ
สำหรับ “เย วิน อู” ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกจับตา เนื่องจากมีบทบาทควบคุมงานข่าวกรองและติดตามกลุ่มต่อต้านมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม การขยับตำแหน่งของมิน อ่อง หล่าย ครั้งนี้ ถูกนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเป็นการ “ปรับภาพลักษณ์” เพื่อสืบทอดอำนาจในรูปแบบรัฐบาลพลเรือน หลังการทำรัฐประหารโค่นอำนาจ อองซาน ซูจี เมื่อปี 2021 ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่การเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็ถูกนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงกระบวนการที่เอื้อให้กลุ่มสนับสนุนกองทัพยังคงกุมอำนาจต่อไป
ข่าวที่น่าสนใจ
ปชน.ชี้ “นายกฯอนุทิน” มีแต่คำขอโทษ แต่ไร้แผนรับมือให้ประชาชนผ