เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เปิดแนวทางค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.–ส.ค. 2569 ลุ้นตรึง 3.88 บาท/หน่วย พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างแบบขั้นบันได ช่วยผู้ใช้ไฟรายย่อย

วันนี้ (1 เม.ย. 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงทิศทางค่าไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 ว่า ขณะนี้มีการพิจารณาทางเลือก 3 รูปแบบ โดยอัตราต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย ซึ่งแม้จะสูงกว่าค่าไฟปัจจุบันที่ 3.88 บาทต่อหน่วย แต่ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดภายใต้ต้นทุนที่ยังไม่ได้ชำระหนี้ให้กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และยังต้องอาศัยการดึงเงินส่วนเกินจากการลงทุนของหน่วยงานไฟฟ้ากลับมาใช้พยุงราคา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังมีทางเลือกในการใช้กลไกเพิ่มเติม เช่น การนำเงิน Clawback ราว 9,000 ล้านบาท และการชะลอโครงการลงทุนบางส่วน เพื่อนำมาช่วยลดภาระค่าไฟ ซึ่งอาจทำให้อัตราค่าไฟสามารถคงอยู่ที่ระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเชิงนโยบายในช่วงสุดท้าย

รมว.พลังงาน ระบุว่า ปัญหาสำคัญของค่าไฟในไทยมาจากโครงสร้างพลังงานที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะก๊าซนำเข้า ซึ่งมีต้นทุนผันผวนตามตลาดโลก ทำให้ราคาค่าไฟมีความไม่แน่นอน

ในระยะสั้น กระทรวงพลังงานเตรียมปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟแบบขั้นบันได ซึ่งไม่ได้มีการปรับปรุงมานาน โดยแนวคิดคือให้ผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน จ่ายค่าไฟในอัตราเฉลี่ยไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ขณะที่ผู้ใช้ไฟในระดับสูงจะต้องจ่ายในอัตราที่เพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนต้นทุนและสร้างแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน

นโยบายดังกล่าวยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟของประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีการใช้ไฟเฉลี่ยราว 190 หน่วยต่อเดือน ทำให้สามารถออกแบบมาตรการช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มมากขึ้น แม้ยอมรับว่าโครงการ “ค่าไฟ 3 บาท 200 หน่วยแรก” อาจยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบทันทีในภาวะวิกฤต

ในระยะยาว รัฐบาลมีแผนผลักดันพลังงานทางเลือก เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ การซื้อขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมาร์ตมิเตอร์มาใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถบริหารการใช้ไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ในประเด็นราคาน้ำมัน นายเอกนัฏ ระบุว่า รัฐจะเข้มงวดการตรวจสอบการกักตุนและเก็งกำไร โดยบูรณาการหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพลังงาน หน่วยงานความมั่นคง และฝ่ายสืบสวน มุ่งเป้าไปยังผู้ค้ารายใหญ่ หากพบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น สำรองน้ำมันเกินความจำเป็น หรือชะลอการจำหน่ายเพื่อหวังผลกำไร จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ทั้งนี้ คาดว่าหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายนนี้ จะมีการเร่งออกมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศต่อไป