คลังอัดมาตรการชุดใหญ่ รับมือวิกฤตพลังงานโลก เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการฯ 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย. พร้อมช่วยธุรกิจ-เกษตร-ขนส่งรอบด้าน
วันที่ 11 เมษายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ถึงการออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาพลังงานและมีแนวโน้มลุกลามไปยังราคาสินค้าในระยะยาว โดยรัฐบาลเตรียมมาตรการดูแลทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคการผลิต เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน
สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาทต่อเดือน ครอบคลุมผู้ถือบัตรประมาณ 13.4 ล้านคน มีผลตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ถึง 12 พฤษภาคม 2569 พร้อมย้ำว่าจะมีการพิจารณาความต่อเนื่องของมาตรการตามความเหมาะสม เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางไม่ให้ได้รับผลกระทบรุนแรง
ในส่วนของประชาชนทั่วไป กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยธนาคารออมสินจะปล่อยกู้เพื่อซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) วงเงินต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01% ภายใต้วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน รวมถึงระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว
ด้านภาคเกษตร กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินมาตรการสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยรัฐช่วยชดเชยดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 3 เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งสนับสนุนการวิเคราะห์คุณภาพดิน เพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้เหมาะสมและเพิ่มผลผลิตในระยะยาว
ขณะที่ภาคผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคู่สัญญากับภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น กรมบัญชีกลางเปิดทางให้สามารถยกเลิกสัญญาได้โดยไม่ถือเป็นการทิ้งงาน และสามารถคืนหลักประกันได้ นอกจากนี้ ในกรณีที่มีการลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่เริ่มงาน หน่วยงานรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจยกเลิกสัญญาได้ตามความเหมาะสม เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมสินเชื่อซอฟต์โลนวงเงิน 100,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสนับสนุนการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่ง โดยอนุมัติงบกลางให้กระทรวงคมนาคมนำไปอุดหนุนค่าน้ำมันสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ เช่น รถบรรทุก รถแท็กซี่ และรถโดยสาร เพื่อป้องกันการปรับขึ้นค่าโดยสารที่กระทบประชาชน
ในส่วนของราคาพลังงาน รัฐบาลได้ปรับเพดานราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมเร่งปรับกลไกงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านก่อสร้างให้มีสภาพคล่องมากขึ้น
นายเอกนิติ ระบุว่า มาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อชะลอผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่อาจยืดเยื้อ และป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในอนาคต แม้ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อในช่วงต้นปีจะยังอยู่ในระดับติดลบก็ตาม โดยรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมจัดทำงบประมาณปี 2570 โดยเน้นการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น การเดินทางไปต่างประเทศและการจัดกิจกรรมที่ใช้งบประมาณสูง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์หากวิกฤตยืดเยื้อในระยะยาว