รัฐบาลเตือนสถานการณ์ “โรคไข้ดิน” น่าห่วง หลังยอดผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศพุ่งต่อเนื่อง เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ย้ำกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสดิน-น้ำต้องป้องกันตัว หากมีไข้สูงเกิน 2 วัน รีบไปโรงพยาบาลทันที
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขกำลังติดตามสถานการณ์ โรคเมลิออยด์โดสิส หรือ “โรคไข้ดิน” อย่างใกล้ชิด หลังพบแนวโน้มการระบาดยังคงน่ากังวล
ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศ 732 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ขณะที่เขตสุขภาพที่ 7 มีรายงานผู้ป่วยสะสม 68 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยกลุ่มที่พบมากที่สุดคือผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
สำหรับโรคไข้ดิน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การสูดหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ อาการมีตั้งแต่ไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไปจนถึงแผลติดเชื้อหรือฝีหนอง และหากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
กลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ เกษตรกร ชาวนา ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำ รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต ธาลัสซีเมีย และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป
ทางการขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ พร้อมแนะนำว่า หากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน เหนื่อยหอบ หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้ โรคไข้ดินสามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว จึงขอให้ประชาชนอย่าละเลยอาการผิดปกติ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการเสียชีวิต