เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ดีเอสไอเร่งคลี่คลายปมคลังน้ำมันอ่างทอง หลังพบครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมากโดยไม่มีเอกสารกำกับการขนส่ง เข้าข่ายผิดกฎหมาย เตรียมพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องขยายผล

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กองบังคับการปราบปราม เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง และพบพฤติกรรมครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากโดยไม่สามารถแสดงใบกำกับการขนส่งได้ รวมถึงมีการเก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อตรวจสอบคุณภาพ และดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดี ดีเอสไอ ได้มอบหมายให้กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ประสานงานร่วมกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ เพื่อพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่ายเป็น “คดีพิเศษ” หรือไม่ พร้อมวางแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยคดีนี้ถูกบันทึกเป็นสำนวนสืบสวนที่ 42/2569 แล้ว

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค นำโดย ร้อยโท ภชภณ สุพานิชวรภาชน์ ผู้อำนวยการส่วนคดีคุ้มครองผู้บริโภค 1 ลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 1 เข้าประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว

จากการเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันในตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง พบว่าสถานที่ดังกล่าวมีผู้ประกอบการมากกว่าหนึ่งราย และยังมีนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 รวมถึงได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมประเภทที่ 3 (คลังน้ำมันเชื้อเพลิง) โดยมีผู้จัดการคลังเป็นผู้นำตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ ใบกำกับการขนส่ง รายการชนิดและปริมาณน้ำมันคงคลัง รายชื่อลูกค้า และเอกสารอื่น ๆ พร้อมทั้งให้สำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทองเก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อตรวจสอบคุณภาพ

ผลการตรวจสอบพบปริมาณน้ำมันในถังต่าง ๆ รวมหลายแสนลิตร ได้แก่

  • ถังดีเซล B7 (อายัด) ปริมาณกว่า 102,412 ลิตร
  • ถังเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 (อายัด) ปริมาณ 140,879 ลิตร
  • ถังดีเซล (ไม่ได้ใช้งาน) ปริมาณ 51,640 ลิตร
  • ถังดีเซล B7 ที่เก็บตัวอย่าง ปริมาณ 291,250 ลิตร
  • ถังแก๊สโซฮอล์ 91 ที่เก็บตัวอย่าง ปริมาณ 64,997 ลิตร

รวมปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตรวจพบมีจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของเอกสารประกอบ

ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนของ ดีเอสไอ จะประสานกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อพิจารณารับคดีเข้าสู่กระบวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการ และขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป