เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 20 เม.ย. 2569 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า
นายปกรณ์ระบุว่า การออก พ.ร.ก. เป็นอำนาจของรัฐบาลตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 172 ซึ่งเปิดช่องให้ดำเนินการได้ในกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาความมั่นคงหรือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยหลังจากออก พ.ร.ก. แล้ว รัฐบาลต้องนำเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญที่ต้องใช้ พ.ร.ก. เนื่องจากสถานะเงินคงคลังของประเทศมีความตึงตัว ประกอบกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ไม่แน่นอน ทั้งสถานการณ์สงครามและผลกระทบจากปรากฏการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ ที่อาจกระทบภาคเกษตรและเศรษฐกิจในวงกว้าง ทำให้รัฐจำเป็นต้องมีงบประมาณสำรองเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน
“แม้ในทางปฏิบัติอาจไม่ได้กู้เต็มวงเงิน แต่ตามหลักต้องขยายเพดานหนี้ให้ครอบคลุมวงเงินที่กำหนดไว้ก่อน” นายปกรณ์กล่าว
สำหรับการดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลจำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะจากปัจจุบันที่กำหนดไว้ 70% ของ GDP โดยขณะนี้ระดับหนี้อยู่ที่ประมาณ 66% ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้สรุปตัวเลขเพดานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับวงเงินกู้และสถานการณ์ทางการคลังที่เริ่มมีข้อจำกัด
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณควบคู่กัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงบประมาณและรองรับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น
ในส่วนของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายปกรณ์กล่าวว่า ข้อเสนอการออก พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้วงเงิน 150,000 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาความจำเป็น โดยย้ำว่าเดิมกองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในระยะสั้น และควรมีวงเงินหมุนเวียนเพียง 20,000–40,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การอุดหนุนราคาพลังงานต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กองทุนมีภาระหนี้สะสมจำนวนมาก หากจำเป็นต้องเพิ่มสภาพคล่องในอนาคต รัฐบาลจะต้องพิจารณาทั้งข้อกฎหมายและสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างรอบคอบอีกครั้ง
ทั้งนี้ การออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งใหญ่ดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการเตรียมรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป.
ข่าวที่น่าสนใจ
ตึงเครียดชายแดน! กัมพูชาเสริมกำลัง ขุดบังเกอร์ประชิดหนองจาน ไทยเฝ้าระวังเข้ม 24 ชม.
ทรัมป์กร้าว กดดันอิหร่านทุกมิติ ชี้ปิดฮอร์มุซแบล็กเมลสหรัฐฯ ไม่สำเร็จ