สถานการณ์ชายแดนร้อนระอุอีกระลอก หลังโฆษกกลาโหมกัมพูชาออกโรงปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่มีการยิง” ซัดกลับสื่อบิดเบือนใส่ร้ายประเทศ ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ของไทยยืนยันชัด ได้ยินเต็ม ๆ 11 นัด กระจายหลายจุด ชี้อาจเป็นพฤติกรรมทหารนอกแถว ทำคำถามใหญ่ผุดกลางแนวชายแดน—“ตกลงใครพูดจริง?”
ความตึงเครียดบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง เมื่อเหตุการณ์ยิงปืนจำนวน 11 นัด ใกล้จุดผ่านแดน
ด่านโอร์เสม็ด
ถูก “พูดคนละเรื่อง” ระหว่างสองประเทศ
เมื่อค่ำวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พลโทหญิง มาลี โสเชียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงว่า ไม่มีเหตุการณ์ยิงปืนตามที่สื่อไทยบางแห่งรายงาน พร้อมระบุว่าเป็น “ข้อมูลเท็จ” และเป็นการบิดเบือนใส่ร้ายกัมพูชาอย่างร้ายแรง พร้อมเรียกร้องให้สื่อและประชาชนยึดข้อมูลทางการของรัฐบาลกัมพูชา
แต่ในอีกด้านหนึ่ง กองทัพภาคที่ 2 ของไทยยืนยันข้อมูลตรงกันข้าม โดยระบุว่า ตรวจพบเสียงปืนรวม 11 นัด กระจายหลายจุดในพื้นที่แนว
ช่องจอม
ต่อเนื่องถึงโอร์เสม็ด ในช่วงเวลาพลบค่ำของวันเดียวกัน
รายงานระบุว่า ลักษณะการยิงเป็นแบบกระจายเป็นจุด ๆ จุดละ 1–2 นัด ไม่มีเป้าหมายชัดเจน และไม่ใช่การยิงต่อเนื่องแบบยุทธวิธี ทำให้ประเมินเบื้องต้นว่า อาจเป็นการใช้อาวุธโดยไม่เหมาะสมของกำลังพลบางราย มากกว่าจะเป็นการเปิดฉากปะทะ
แม้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในการควบคุม และไม่มีรายงานความเสียหายหรือการปะทะตอบโต้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับสร้าง “คำถามตัวใหญ่” ทันที—ระหว่างคำปฏิเสธของกัมพูชา กับการยืนยันของฝ่ายไทย ความจริงอยู่ตรงไหนกันแน่
ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ยังคงสั่งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามเป็นความตึงเครียดระดับสูงตามแนวชายแดน