เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ตำรวจนครบาลเปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” บุกค้นคอนโดหรูย่านสนามบินน้ำ รวบชาวไนจีเรีย 6 ราย เอี่ยวขบวนการ Romance Scam ใช้โปรไฟล์ปลอม-เทคโนโลยี AI สร้างใบหน้าและวิดีโอคอลหลอกหญิงไทยสูงวัยให้หลงรัก ก่อนอ้างส่งของติดศุลกากรตุ๋นโอนเงิน พบของกลางโทรศัพท์ 18 เครื่อง แชตหลอกเหยื่อจำนวนมาก พร้อมสคริปต์จิตวิทยาหลอกลวงครบชุด

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น., กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าตรวจค้นห้องพักจำนวน 3 ห้อง ภายในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านสะพานพระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรียได้รวม 6 ราย ประกอบด้วยชายชาวไนจีเรีย 5 ราย ที่อยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด (Overstay) ตั้งแต่ 695 วัน ถึง 1,560 วัน และอีก 1 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “เป็นอั้งยี่” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ส่วนความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงในลักษณะ Romance Scam อยู่ระหว่างประสานข้อมูลกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนท้องที่ต่าง ๆ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารอีก 3 เล่ม โดยในโทรศัพท์พบหลักฐานสำคัญ ทั้งแชตพูดคุยหลอกลวงเหยื่อ สคริปต์การสนทนา รวมถึงระบบ AI สำหรับสร้างใบหน้าและวิดีโอปลอมเพื่อใช้ตบตาเหยื่อ

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ขยายผลจากคดีจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติสัญชาติไนจีเรีย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังกลุ่มชาวไนจีเรียที่พักอาศัยรวมตัวกันในคอนโดหรูแห่งนี้ แม้ทั้งหมดจะถือวีซ่านักเรียน แต่กลับมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ และไม่มีพฤติกรรมไปเรียนหรือทำงาน

ระหว่างเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ระบุว่ากลุ่มผู้ต้องหาพยายามขัดขืนและทำลายหลักฐาน โดยไม่ยอมเปิดประตูห้องพัก อีกทั้งยังมีเสียงเคลื่อนไหวคล้ายพยายามหลบหนีและลบข้อมูลภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจพังประตูเข้าจับกุม

ภายในห้องพัก พบหน้าจอแชตที่กำลังพูดคุยกับเหยื่อในลักษณะ Romance Scam ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Facebook Messenger, WeChat, TikTok, LINE และ Zalo โดยผู้ต้องหาจะปลอมตัวเป็นชายต่างชาติหน้าตาดี อาชีพมั่นคง เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน แพทย์ วิศวกร หรือทนายความ เพื่อสร้างความไว้วางใจและหลอกให้เหยื่อตกหลุมรัก

หลังจากนั้นจะอ้างว่าส่งพัสดุหรือทรัพย์สินจากต่างประเทศมาให้ แต่ติดปัญหาที่ด่านศุลกากร ก่อนหลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงไทยสูงวัย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบ “สคริปต์ต้นฉบับ” สำหรับใช้พูดคุยกับเหยื่อจำนวนมาก รวมถึงบทสนทนาเชิงยั่วยุทางอารมณ์ เพื่อสร้างความผูกพันและความเชื่อใจ ก่อนนำไปสู่การหลอกโอนเงิน

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีการพัฒนารูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ใช้เพียงภาพโปรไฟล์ปลอม แต่เริ่มใช้ AI สร้างใบหน้า ขยับภาพ และทำวิดีโอคอลปลอม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมใช้เทคนิคจิตวิทยาเล่นกับความเหงาและความต้องการทางอารมณ์ของเหยื่อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชน หากมีชาวต่างชาติทักมาสร้างความสัมพันธ์ออนไลน์อย่างรวดเร็ว ก่อนลงท้ายด้วยการอ้างให้โอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าศุลกากร ค่าขนส่ง หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ และไม่ควรโอนเงินเด็ดขาด.