เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่บางเขน-สายไหม รับฟังปัญหาจากประชาชน พร้อมเปิดแนวคิดพัฒนา “เส้นเลือดฝอย” เชื่อมต่อรถไฟฟ้าและทางด่วน เพิ่มศูนย์บริการ กทม. ใกล้บ้าน เร่งแก้น้ำท่วม ขยะ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง พร้อมเผยนโยบายเพิ่มเป็น 253 ข้อแล้ว

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงในเขตบางเขนและสายไหม โดยใช้รถแห่พลังงานไฟฟ้า (EV) เป็นพาหนะในการเดินทาง เริ่มต้นที่ตลาดยิ่งเจริญ ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ 54 และตลาดเอซี สายไหม เพื่อพบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพเซลฟี่ และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันที่ตลาดเอซี สายไหม นายชัชชาติยังได้พบกับ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมงานจากพรรคประชาชน ซึ่งต่างทักทายและให้กำลังใจกันอย่างเป็นมิตร

หนึ่งในจุดสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ 54 ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว หรือคลองสอง โดยนายชัชชาติได้พูดคุยรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน พร้อมเดินสำรวจสภาพความเป็นอยู่ภายในชุมชน

นายชัชชาติกล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นตัวอย่างของการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้ประชาชน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน โดยใช้ที่ดินของกรมธนารักษ์ให้เช่า และได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อก่อสร้างบ้านและผ่อนชำระในระยะยาว

สำหรับเขตสายไหม ซึ่งมีประชากรมากกว่า 215,000 คน แม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานหลักอย่างรถไฟฟ้าสายคูคตและทางด่วนสุขาภิบาล 5 แล้ว แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนา “เส้นเลือดฝอย” หรือระบบเชื่อมต่อรอง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเสนอแนวทางปรับปรุงถนน เพิ่มรถ BMA Feeder เชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า รวมถึงเพิ่มพื้นที่จอดรถใกล้สถานีรถไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดกระจายศูนย์บริการด่วนของกรุงเทพมหานคร ศูนย์ดับเพลิง และโรงพยาบาล ลงสู่พื้นที่ชุมชนมากขึ้น เพื่อลดภาระการเดินทางของประชาชน

ส่วนปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ นายชัชชาติระบุว่าจะเร่งปรับปรุงแนวเขื่อนและระบบระบายน้ำบริเวณคลองสองและคลอง 6 วา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะ โดยตั้งเป้าเพิ่มรอบเก็บขยะเป็นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และแก้ไขปัญหาน้ำขยะรั่วไหลบริเวณถนนสุขาภิบาล 5 ขณะที่โครงการเตาเผาขยะในพื้นที่สายไหมควรชะลอการดำเนินการออกไปก่อน เนื่องจากปัจจุบันมีชุมชนและหมู่บ้านเกิดขึ้นโดยรอบเป็นจำนวนมาก

นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้ายว่า การลงพื้นที่หาเสียงไม่ใช่เพียงการขอคะแนนเสียง แต่เป็นการรับฟังปัญหาจากประชาชนเพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด โดยปัจจุบันมีนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 253 นโยบายแล้ว ครอบคลุมทั้งด้านคมนาคม สิ่งแวดล้อม และสวัสดิการสังคม อาทิ การจัดหางานสำหรับผู้สูงอายุ 10,000 ตำแหน่ง การพัฒนาศูนย์ดูแลเด็กพิเศษให้ครอบคลุมทุกเขต และการอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชน พร้อมสนับสนุนค่าตอบแทนให้แก่ผู้ดูแลอย่างเหมาะสม