นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันไม่ทราบรายละเอียดกรณีแชตหลุดข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” พร้อมระบุชัดตั้งแต่รับตำแหน่งประธานสภาฯ ได้แยกบทบาทจากกิจการพรรคภูมิใจไทย โดยขอทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ พร้อมยิงมุกตอบคำถามสื่อเรื่อง “ตำบลกระสุนตก” ว่า “เป็นแค่หมู่บ้านกระสุนตก”
วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พร้อมคณะ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีข้อความในแชตไลน์ที่ถูกเผยแพร่ โดยมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย”
นายโสภณกล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และไม่ได้มีการพูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยในประเด็นนี้ เนื่องจากตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แยกบทบาทการทำงานออกจากกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างชัดเจน
“ตั้งแต่มาเป็นประธานสภาฯ ผมไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการของพรรค ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติอย่างเดียว มีการรักษาระยะ และมีขอบเขตการทำงานของตัวเอง ส่วนเรื่องพรรคการเมืองหรือฝ่ายบริหาร ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ” นายโสภณกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองสถานการณ์ของพรรคภูมิใจไทยในขณะนี้ว่าเป็น “ตำบลกระสุนตก” หรือไม่ นายโสภณตอบติดตลกว่า “เอาใหญ่กว่าหมู่บ้าน เขาเรียกหมู่บ้านกระสุนตก คุณไปบอกตำบลกระสุนตก มันใหญ่กว่า” สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้สื่อข่าวที่ติดตามการให้สัมภาษณ์
อย่างไรก็ตาม นายโสภณมองว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดหรือพรรคการเมืองใดที่อยู่ในอำนาจก็มักจะเผชิญกับแรงกดดันและการตรวจสอบอยู่เสมอ
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมุ่งความสนใจไปที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนมากกว่าประเด็นทางการเมือง โดยระบุว่าฝ่ายบริหารควรทุ่มเทกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องมุ่งทำหน้าที่ด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การทำงานของแต่ละฝ่ายเป็นไปตามบทบาทหน้าที่อย่างเหมาะสม