เกาะติดประเด็นร้อน! “กระต่าย พรรณนิภา” เปิดใจครั้งแรก หลังถูกแจ้งความข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท ยืนยันยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ พร้อมท้าคู่กรณีเปิดสต๊อกนับสินค้าร่วมกันต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “กระต่าย พรรณนิภา” เปิดเผยว่า ภายหลังจากมีการเซ็นสัญญาฉบับที่ 2 พบว่ามีสินค้าคงคลังอยู่ประมาณ 600,000 ชิ้น แต่เมื่อตรวจสอบภายหลังกลับพบว่าสินค้าถูกจำหน่ายออกไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง จึงอยากให้มีการตรวจนับสต๊อกร่วมกัน เพื่อให้ทราบมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง และหวังให้เรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยดีโดยไม่เกิดดราม่าหรือความขัดแย้งเพิ่มเติม
สำหรับประเด็นการโพสต์ข้อความในลักษณะข่มขู่ กระต่ายชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยเจรจากับอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องการทำงาน โดยสัญญาเดิมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากอีกฝ่ายต้องการให้ต่อสัญญาไปจนถึงปี 2572 และหลังครบกำหนดยังขอขยายสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี รวมระยะเวลาทั้งหมด 5 ปี ซึ่งตนมองว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป จึงตัดสินใจไม่ต่อสัญญา
นักร้องสาวยังกล่าวอีกว่า ภายหลังการเจรจาไม่เป็นผล มีแชตส่วนตัวที่ใช้พูดคุยกันหลุดออกสู่สาธารณะ รวมถึงมีการนำเรื่องบิลค่าใช้จ่ายของตนไปเผยแพร่ผ่านเพจต่าง ๆ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้ติดต่อกันอีก
ส่วนกรณีการเบิกเงินตามบิล กระต่ายยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง และได้ชี้แจงรายละเอียดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแล้ว โดยยืนยันว่าเงินดังกล่าวเป็นการเบิกจากบริษัทของตนเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทของคู่กรณีแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมาเธอมักสำรองค่าใช้จ่ายในการทำงานเอง โดยเฉพาะค่าอาหารและค่าใช้จ่ายสำหรับพนักงานที่ร่วมเดินทางไปปฏิบัติงานนอกสถานที่
อย่างไรก็ตาม กระต่ายยอมรับว่าหลังได้รับข้อความแจ้งให้โอนเงินคืน ก็ได้ดำเนินการโอนเงินกลับทันที เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาทางกฎหมายหรือการฟ้องร้อง พร้อมเตรียมดำเนินการคืนเงินให้กับบริษัทของตนเองตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ กระต่ายยังเปิดเผยถึงประเด็นการปิดช่องทางการขายสินค้า โดยระบุว่าได้สั่งปิดการขายแล้ว หลังตรวจพบว่าใบกำกับภาษีที่ต้องนำส่งสำนักงานสรรพากรไม่ได้ระบุชื่อบริษัทของตน จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีผู้เปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และต้องการให้นำเอกสารทั้งหมดส่งกลับมาตรวจสอบที่บริษัทโดยเร็ว
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และต้องติดตามความคืบหน้าจากทั้งสองฝ่ายต่อไปอย่างใกล้ชิด.
ข่าวที่น่าสนใจ
แจงแล้ว! ชายขี่ จยย.ฝ่าจุดตรวจ สน.สำเหร่ ไม่ใช่ตำรวจ และ ถูกเปรียบเทียบปรับแล้ว
สรรพากรเดินหน้าทวงภาษี “ทักษิณ” เต็มขั้น หากชำระไม่ครบ เตรียมพิจารณาฟ้องล้มละลาย