เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย คริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการเอาผิด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคัดสรรข้าราชการที่เกี่ยวข้อง

การร้องเรียนดังกล่าวเป็นกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และอาจมีเจตนาเอื้อประโยชน์แก่บุคคลบางกลุ่ม

นายจิรายุ เปิดเผยว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้ดำเนินการในฐานะประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร โดยได้นำเอกสารหลักฐานมากกว่า 100 หน้าเข้าประกอบการพิจารณา พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นก่อนที่นายชัชชาติจะลาออกจากตำแหน่งเพียงไม่กี่วัน และเพิ่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ครบถ้วน

พร้อมกันนี้ นายจิรายุย้ำว่า ในฐานะผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ไม่สามารถอ้างว่าไม่รับรู้ถึงกระบวนการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ โดยเปรียบเปรยว่า “โรงลิเกทำอะไร พระเอกไม่รู้ไม่ได้” เนื่องจากเป็นผู้ลงนามในคำสั่งโดยตรง และหากพบความไม่โปร่งใสแต่ไม่ระงับยับยั้ง ย่อมสะท้อนถึงการจงใจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับประเด็นสำคัญในคำร้อง มุ่งไปที่การแต่งตั้งผู้อำนวยการเขตและผู้ตรวจราชการจำนวน 17 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ร้องเรียนจน คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีการเปิดคัดเลือกใหม่เมื่อวันที่ 17 เมษายน และมีการประกาศผลเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม โดยปรากฏว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งยังคงเป็นบุคคลกลุ่มเดิมทั้ง 17 ราย

นายจิรายุยังเปิดเผยว่า เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นร้องเรียนเพิ่มเติมในรอบที่สอง กรณีหนึ่งในผู้อำนวยการเขตที่ได้รับการแต่งตั้ง ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศผู้ใต้บังคับบัญชาภายในห้องทำงาน

ด้านนายคริส กล่าวว่า การเข้าร่วมยื่นเรื่องครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อปกป้องผลประโยชน์และเงินภาษีของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่นายชัชชาติเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีกครั้ง ซึ่งสังคมควรตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ประธานพรรคเศรษฐกิจระบุว่า หากผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรคได้รับเลือกตั้ง จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเข้มข้น และพร้อมสนับสนุนเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเท่านั้น