สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมายังตึงเครียด หลังทหารเมียนมาเปิดศึกปะทะฝ่ายต่อต้านต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เร่งอพยพนักเรียนโรงเรียนติดชายแดนไปเรียนที่วัดและศาลาชุมชน พร้อมเตรียมพื้นที่รองรับประชาชน หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 สถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังฝ่ายต่อต้าน บริเวณอำเภอเมียวดี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ยังคงเกิดการยิงปะทะเป็นระยะ แม้ความรุนแรงในช่วงเช้าจะลดลงจากเมื่อวาน แต่ทั้งสองฝ่ายยังใช้อาวุธหนัก อาวุธประจำกาย และโดรนทิ้งระเบิดโจมตีฐานที่มั่นของกันและกันอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่สู้รบยังคงอยู่บริเวณหมู่บ้านมินละป่านและหมู่บ้านผาลู ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทยเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้เสียงระเบิดดังต่อเนื่องตลอดแนวชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ผลกระทบได้ลุกลามมาถึงฝั่งประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมา มีกระสุนปืน ครก และวัตถุระเบิดจากการสู้รบตกเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านตามแนวชายแดนหลายครั้ง สร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนในพื้นที่
ล่าสุด ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนพื้นที่เสี่ยง หลังชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าเป็นวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานตกอยู่ในเขตชุมชน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบและนำไปทำลายอย่างปลอดภัยแล้วหลายลูก

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยทุกชนิด หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันอันตราย
ด้านความปลอดภัยของนักเรียน เจ้าหน้าที่ได้สั่งย้ายเด็กนักเรียนทุกระดับชั้นของโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน หมู่ 9 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แนวปะทะ และเคยมีกระสุนตกภายในโรงเรียนหลายครั้ง ไปเรียนชั่วคราวที่ศาลาวัดและศาลาชุมชนรวม 4 แห่ง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากนี้ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอดยังได้เตรียมพื้นที่ปลอดภัยสำหรับรองรับการอพยพประชาชนฝั่งไทยไว้แล้ว 1 แห่ง พร้อมอพยพได้ทันที หากสถานการณ์ตามแนวชายแดนทวีความรุนแรงมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ร่วมกับทหารพราน ฉก.ทพ.35 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 ได้เพิ่มกำลังลาดตระเวน วางกำลังในจุดเสี่ยง พร้อมตั้งจุดตรวจบนถนนเลียบแนวชายแดนไทย–เมียนมาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.