เขื่อนพระราม 6 ยกธงแดง คืนเดียวน้ำท่วมตลาดท่าเรือ–ชุมชนท้ายวัดสะตือ เทศบาลเร่งสูบน้ำกู้ถนนริมป่าสัก
วันที่ 28 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำในอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มส่งผลกระทบอย่างหนัก หลังเขื่อนพระราม 6 ยกธงแดงเตือนภัย และมีรายงานการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 556 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
กรมชลประทานแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ว่า ในช่วงวันที่ 27–28 กันยายน เขื่อนพระราม 6 จะปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ 500–600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นระดับวิกฤต และอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นประมาณ 1–1.20 เมตร
ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา น้ำจากแม่น้ำป่าสักเอ่อล้นเข้าท่วมถนนบริเวณหน้าตลาดสดอำเภอท่าเรือ ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญริมแม่น้ำ ระดับน้ำบางจุดสูงเกือบ 50 เซนติเมตร

ช่วงเช้า พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนยังต้องเดินลุยน้ำเข้า–ออกตลาดเพื่อจับจ่ายและซื้อขายสินค้า ขณะที่ร้านค้าบางส่วนได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่ขายสินค้าและบริเวณหน้าร้าน จนต้องปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
ด้านเทศบาลตำบลท่าเรือระดมเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่าง พร้อมนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งตามจุดเสี่ยงบริเวณถนนเลียบแม่น้ำป่าสัก เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากผิวการจราจร ลดผลกระทบต่อประชาชน และกู้เส้นทางให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ชุมชนบริเวณวัดสะตือ ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนพระราม 6 ก็ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น มีบ้านเรือนมากกว่า 10 หลังถูกน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัย ชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งของสำคัญขึ้นที่สูง หลังได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast
ประชาชนบางส่วนต้องออกจากบ้านและจัดทำเพิงพักชั่วคราวบริเวณลานวัดสะตือ เพื่อใช้เป็นที่พักระหว่างเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตือนประชาชนริมแม่น้ำป่าสัก พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณท้ายเขื่อน ให้ยกสิ่งของและอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เตรียมย้ายรถและกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่ เนื่องจากระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะนี้