🚨 “แม่ภัทร” นำตำรวจชี้จุดถูก 2 อาสาฯ อุ้มขึ้นรถตู้ เผยนาทีตะโกนขอความช่วยเหลือ ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีเพิ่ม พ่วงปมตู้เซฟ 9.4 ล้าน!
ความคืบหน้ากรณี “แม่ภัทร” หญิงวัย 63 ปี ที่ออกมาร้องเรียนว่าถูกบังคับนำตัวไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สน.วังทองหลาง ก่อนนำเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าบ้าน พร้อมย้อนเล่าเหตุการณ์วันที่ถูกนำตัวขึ้นรถตู้
แม่ภัทรเล่าว่า ในวันเกิดเหตุมีชายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร 2 คน เข้ามาควบคุมตัว โดยชายคนหนึ่งล็อกแขนและใช้มือปิดปาก ส่วนอีกคนช่วยยกขา ก่อนร่วมกันอุ้มตัวออกจากบ้านไปยังรถตู้ที่จอดรออยู่บริเวณหน้าซอย
ระหว่างที่ชายคนหนึ่งวางตัวเธอลงเพื่อเปิดประตูรถ และอีกคนละมือที่ปิดปากออก แม่ภัทรจึงฉวยโอกาสตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง ทำให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงออกมาดูเหตุการณ์
แต่แม่ภัทรระบุว่า กลุ่มชายดังกล่าวรีบนำตัวเธอขึ้นรถตู้ ก่อนขับออกจากพื้นที่ไปทันที
⚖️ ตำรวจเผยคดีแบ่งเป็น 2 ส่วน เร่งรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม
ด้าน พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไว้แล้ว
นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังติดตามข้อมูลจากการที่ผู้เสียหายไปออกรายการโหนกระแส พร้อมถอดรายละเอียดคำให้สัมภาษณ์เพื่อใช้ประกอบการสอบสวน
สำหรับการดำเนินคดีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
🔴 ส่วนแรก คดีลักทรัพย์ตู้เซฟพร้อมทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 9.4 ล้านบาท และข้อกล่าวหาเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งมีการกล่าวหาลูกชายของผู้เสียหายไว้ก่อนหน้านี้
🔴 ส่วนที่สอง การแจ้งความเพิ่มเติม เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับชายอาสาสมัครกู้ภัย 2 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกเข้ามาควบคุมตัวและนำผู้เสียหายออกจากบ้านโดยไม่ได้รับความยินยอม
แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 ทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อาจไม่สามารถกู้คืนได้แล้ว แต่ตำรวจคาดว่าอาจยังมีภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอที่ผู้เกี่ยวข้องเก็บไว้ ซึ่งจะเร่งติดตามรวบรวมมาเป็นพยานหลักฐาน
ผกก.สน.วังทองหลาง ยืนยันว่า หากการสอบสวนพบหลักฐานว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเพิ่มเติม จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจงและต่อสู้คดีตามกฎหมาย